Posted by on Mar 20, 2015

มาตรฐาน BRC

(Root) 201375_54479.jpg

BRC ย่อมาจากคำเต็มว่า The British Retail Consortium หรือ สมาคมผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกแห่งสหราชอาณาจักร เป็นมาตรฐานความปลอดภัยทางอาหาร (food safety) ที่เกิดจากการรวมกลุ่มขององค์กรค้าปลีกขนาดใหญ่ เช่น Tesco, Sainsbury's, Iceland Foods, Waitrose, Safeway, The Co-operative Group และ Asda Stores มาตรฐาน BRC ฉบับปัจจุบันเป็นฉบับที่ 4 (issue 4)

มีผลบังคับใช้เมื่อปีค.ศ. 2005


เหตุผลหลักในการจัดทำมาตรฐาน BRC คือการลดการซ้ำซ้อนจากการตรวจประเมินสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการส่งสินค้าให้กับองค์กรค้าปลีกในสหราชอาณาจักรที่ใช้ตราสินค้าของตน (house brand)


วัตถุประสงค์หลักของมาตรฐาน BRC

เป็นการระบุข้อกำหนดด้านความปลอดภัย และคุณภาพที่ต้องมีการกระทำให้สอดคล้องสำหรับองค์กร ที่สามารถตรวจประเมินโดยบุคคลที่สาม ในการตรวจประเมินสถานประกอบการที่ต้องการแสดงความสอดคล้องกับมาตรฐาน BRC

มาตรฐาน The British Retail Consortium (BRC) สอดคล้องกับระบบ HACCP


ส่วนประกอบหลักของ The British Retail Consortium (BRC)

มาตรฐาน BRC เป็นมาตรฐานที่จัดทำขึ้นมาโดยสมาคมผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีก (The British Retail Consortium) ซึ่งมาตรฐานดังกล่าว ประกอบด้วย 6 ส่วนหลักๆ ดังนี้


  • HACCP system
  • ระบบบริหารคุณภาพ (Quality Management System)
  • มาตรฐานการควบคุมสภาพแวดล้อมของสถานประกอบการ (Factory Environment Standards)
  • การควบคุมผลิตภัณฑ์ (Product Control)
  • กระบวนการ (Process Control)
  • บุคลากร (Personnel)

โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้


1. HACCP System

      องค์กรต้องดำเนินการจัดทำระบบ HACCP ตามมาตรฐานของ codex HACCP องค์กรต้องดำเนินการจัดทำโปรแกรมพื้นฐาน (prerequisite programme) เพื่อสนับสนุนระบบ HACCP และควบคุมอันตรายที่เกิดขึ้น ได้แก่ ดำเนินการวิเคราะห์อันตราย หาจุดวิกฤตที่ต้องควบคุม กำหนดค่าวิกฤต กำหนดระบบเพื่อตรวจติดตาม การควบคุมจุดวิกฤตที่ต้องควบคุม กำหนดวิธีการแก้ไข เมื่อตรวจพบว่าจุดวิกฤตที่ต้องควบคุมเฉพาะจุดใดจุดหนึ่งไม่อยู่ภายใต้การควบคุม กำหนดวิธีการตรวจสอบเพื่อยืนยันประสิทธิภาพการดำเนินงานของระบบ HACCP กำหนดวิธีการจัดเก็บเอกสารและบันทึกข้อมูล ซึ่งจะต้องมีการนำไปใช้อย่างทั่วถึงครอบคลุมทั้งองค์กรและธำรงรักษาไว้อย่างต่อเนื่อง บนพื้นฐานการประเมินความเสี่ยงที่พิจารณาทั้งโอกาสการเกิดและความรุนแรง การดำเนินการจัดทำนั้นต้องได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหาร ซึ่งต้องแสดงความมุ่งมั่นในการจัดทำ ตลอดจนการตั้งทีมงานและหัวหน้าทีม


2.ระบบบริหารคุณภาพ (Quality Management System)

      องค์กรต้องจัดทำระบบบริหารคุณภาพ ซึ่งต้องจัดทำเป็นเอกสาร นำไปใช้ให้ครอบคลุมทั่วทั้งองค์กร ได้แก่ นโยบายและคู่มือคุณภาพ โครงสร้างองค์กร ความรับผิดชอบ ผู้มีอำนาจจัดการ การควบคุมเอกสาร ระเบียบวิธีการปฏิบัติงาน การจัดเก็บบันทึกข้อกำหนดผลิตภัณฑ์ การตรวจติดตามภายใน การปฏิบัติการแก้ไข และการประเมินผู้ส่งมอบ โดยจะต้องมีการทบทวน และปรับปรุงตามความเหมาะสมและสม่ำเสมอ องค์กรต้องมีการจัดทำนโยบายคุณภาพที่แสดงถึงความมุ่งมั่นที่จะผลิตสินค้าที่มีความปลอดภัย สอดคล้องตามกฎหมาย และรับผิดชอบต่อลูกค้า คู่มือคุณภาพที่องค์กรจัดทำจะต้องครอบคลุมข้อกำหนดในมาตรฐานของ BRC โดยข้อกำหนดนั้นเน้นในเรื่องการตรวจติดตามภายใน การปฏิบัติการแก้ไขและการสอบกลับเมื่อสินค้ามีปัญหา


3. มาตรฐานการควบคุมสภาพแวดล้อมของสถานประกอบการ (Factory Environment Standards)

      บริเวณที่ตั้งของโรงงานต้องป้องกันการปนเปื้อน เพื่อให้มีการผลิตสินค้าที่มีความปลอดภัย สอดคล้องตามกฎหมาย โดยต้องควบคุมดูแลสิ่งแวดล้อมทั้งภายนอกและภายในให้มีความเหมาะสม รวมถึงมาตรการต่างๆ ต้องมีการทบทวนและนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่การเลือกทำเลที่ตั้ง แผนผังและแผนภูมิการผลิต โครงสร้างอาคารโรงงาน เครื่องมือ เครื่องใช้ การบำรุงรักษา การทำความสะอาดสิ่งอำนวยความสะดวกสาหรับพนักงาน ความสะอาดสุขลักษณะ และการขนส่ง รวมทั้งต้องพิจารณากิจกรรมและสภาพแวดล้อมที่อาจส่งผลกระทบ


4. Product Control

      ในข้อกำหนดมาตรฐาน BRC นั้นจะครอบคลุมทั้งผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ ซึ่งการระบุและประเมินความเสี่ยงในการเกิดหรืออันตรายที่มีต่อความปลอดภัย ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดการและจัดเก็บวัตถุดิบชนิดพิเศษ เช่น สารที่ก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้ (food allergen) อินทรีย์สาร การเสื่อมเสีย (food spoilage) เนื่องจากการเก็บรักษา หรือการปนเปื้อนข้ามระหว่างการเก็บรักษา การคัดแยก การหมุนเวียนสินค้า การตรวจจับโลหะและสิ่งแปลกปลอม เป็นต้น ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าสินค้าที่ผลิตมีความปลอดภัย สอดคล้องตามกฎหมาย และได้คุณภาพตามที่ลูกค้าต้องการ


5. Process Control

      องค์กรต้องดำเนินการตามขั้นตอนและแสดงให้เห็นถึงการควบคุม เช่น การควบคุมอุณหภูมิ เวลา ปริมาณ เครื่องมือ เครื่องใช้ และการตรวจสอบกระบวนการผลิต การสอบเทียบ ตลอดจนดำเนินการทวนสอบกระบวนการและอุปกรณ์ เพื่อให้สามารถทำการผลิตสินค้าได้อย่างปลอดภัย สอดคล้องตามกฎหมายของผลิตภัณฑ์ และเป็นไปตามคุณภาพที่กำหนดไว้ ซึ่งการควบคุมการปฏิบัติงานทั้งหมด ต้องทำอย่างมีประสิทธิภาพ โดยองค์กรต้องกำหนดระเบียบปฏิบัติการทวนสอบ การเฝ้าติดตามด้วย


6. Personnel

      องค์กรต้องมั่นใจว่าพนักงานในองค์กรต้องได้รับการฝึกอบรม และควบคุมให้มีการปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน รวมถึงพนักงานต้องแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปฏิบัติตามที่ได้รับมอบหมาย องค์กรต้องจัดทำมาตรฐานการควบคุมสุขลักษณะส่วนบุคคล (personal hygiene) ในเรื่องการเคลื่อนย้ายวัตถุดิบ การแปรรูป การบรรจุ การจัดเก็บรักษา การดูแลการเจ็บป่วย อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล และผู้ประกอบอาหาร การปฏิบัติตนเมื่อเข้าสู่พื้นที่ประกอบอาหารของพนักงานและผู้เยี่ยมชม


BRC มีประโยชน์อย่างไรต่อผู้บริโภค หรือผู้ซื้อผลิตภัณฑ์ของเรา


          จากรายละเอียดต่าง ๆ ทั้งหมดแสดงให้เห็นว่า วัตถุประสงค์หลักของมาตรฐานเป็นการระบุข้อกำหนดด้านความปลอดภัย และคุณภาพที่ต้องมีการกระทำให้สอดคล้องกับกฎหมาย ซึ่งรวมถึงระบบ HACCP ระบบบริหารคุณภาพมาตรฐานในการการควบคุมสภาพแวดล้อมของสถานประกอบการ รวมถึงผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และบุคลากร  เหตุผลหลักในการจัดทำมาตรฐาน BRC เพื่อให้ข้อกำหนดต่างๆนั้น สามารถสอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า รวมทั้งลดการซ้ำซ้อนจากการตรวจประเมินสำหรับผู้ประกอบการ ที่ต้องการส่งสินค้าให้กับองค์การค้าปลีกในสหราชอาณาจักร ด้วยข้อกำหนดของ BRC สินค้าที่ผลิตภายใต้โรงงานหรือสถานประกอบการที่ได้รับการรับรองมาตฐานนี้ จะต้องมีข้อกำหนด/มาตรฐานที่ชัดเจนและเข้มงวดในการผลิตสินค้า และในทุกขั้นตอนในกระบวนการผลิต ตั้งแต่รับวัตถุดิบจากซัพพลายเออร์ จนถึงส่งมอบสินค้าให้อยู่ในมือของผู้บริโภค จะต้องสามารถตรวจสอบและสอบกลับได้ แม้กระทั่ง ถึงแม้ว่าสินค้านั้นจะได้ถูกกระจายและจำหน่ายไปอยู่ในมือผู้บริโภคแล้ว หากว่ามีข้อมูลหรือรายละเอียดใดๆที่จะบ่งชี้ว่าสินค้าเหล่านั้น อาจจะไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด ตามที่โรงงานได้แจ้งไว้ โรงงานมีหน้าที่ที่จะต้องเรียบเก็บคืนสินค้าดังกล่าวโดยด่วน เพื่อป้องกันปัญหาเรื่องคุณภาพ และเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของลูกค้า


         ดังนั้น ผู้บริโภคจะสามารถมั่นใจได้ว่า สินค้าที่ผู้บริโภคซื้อจากผู้ผลิตที่ได้รับการรับรองระบบ มีความปลอดภัยสูงทั้งในแง่คุณภาพ และ สามารถตรวจสอบความปลอดภัยได้ในทุกขั้นตอนของการผลิต


          ปัจจุบัน มาตรฐาน BRC ได้รับความแพร่หลาย และเป็นที่ยอมรับทั้งในทวีปยุโรป และ ทวีปอเมริกาเหนือ มีบริษัท/สถานประกอบการมากกว่า 14,000 แห่ง ในกว่า 90 ประเทศที่ได้รับการรองรับมาตรฐานนี้